Komplete 15 - เสียงที่กำหนดอัลบั้ม Such That I May Glow จาก Foreign Air
- hello672174
- Oct 22
- 1 min read
Updated: Oct 29

Foreign Air (Jesse Clasen และ Jacob Michael) x Komplete 15 จาก Native Instruments
อัลบั้ม Such That I May Glow และเบื้องหลังการสร้างสรรค์เสียงดนตรี ด้วยเครื่องมือจากชุด Play Series อย่าง Analog Dreams และ 40’s Very Own Keys ใน Komplete 15 (Standard - Collector's Edition) ที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดโทนเสียงของอัลบั้มนี้
Foreign Air คือดูโอ้สายอิเล็กทรอนิกส์/อัลเทอร์เนทีฟจากวอชิงตัน ดีซี และนอร์ทแคโรไลนา ที่มียอดสตรีมมิ่งรวมมากกว่า 200 ล้านครั้งทั่วโลก
อัลบั้ม Such That I May Glow ถือเป็นสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 3 ของพวกเขา ซึ่งสะท้อนถึงความเติบโตทั้งในด้าน “การแต่งเพลง” และ “การผลิตดนตรี” ด้วยซาวด์ที่ชัดเจนและโดดเด่นกว่าที่เคย
หนึ่งในหัวใจสำคัญของงานชุดนี้ คือการใช้ซอฟต์แวร์จาก Native Instruments ที่ช่วยวางรากเสียง (tonal foundation) และเติมเอกลักษณ์ให้กับทุกแทร็กในอัลบั้ม
1. เครื่องมือหลัก: Analog Dreams & 40’s Very Own Keys ใน Komplete 15 (Standard - Collector's Edition)
สำหรับ Analog Dreams: มีพรีเซ็ตเช่น “OberBrass” ที่พวกเขาชอบใช้ในการทดลองคอร์ด เพราะเสียงใหญ่มาก มีความเป็นภาพยนตร์ (cinematic) และให้ความรู้สึกแบบโลกอนาคต เช่น Blade Runner
สำหรับ 40’s Very Own Keys: พรีเซ็ตอย่าง “Grand Synth Bass” ถูกใช้เป็นเบสในเพลง “Smile” ซึ่งผ่านการใส่ distortion และ side-chain compression ทำให้เบสนั้นมีพลังและมีจังหวะโดดเด่น
2. การเลเยอร์ (Layering) ภายในโปรเจกต์
พวกเขาเน้นว่า: การเลเยอร์ไม่ใช่แค่ “เพิ่มเสียงหลายชั้น” แต่คือ “เลือกให้แต่ละชั้นมีหน้าที่ของมัน” เพื่อให้เสียงโดยรวมมีมิติ - สูตรคือ: เสียงหลัก (primary layer) + เสียงสนับสนุน (supporting layer) ที่เติมช่องว่างของเสียงหลัก
อีกหนึ่งเครื่องมือที่พวกเขาพูดถึงคือ “Blend” ใน Play Series ที่ช่วยให้เลเยอร์สองเสียงผสมกันได้แบบเรียลไทม์ เช่น เลือกใช้เสียงที่เบากว่าใน verse เพื่อให้เสียงร้องได้ชัด แล้วพอถึง chorus ก็เปลี่ยนไปใช้เสียงหนาขึ้น
ตัวอย่าง: ซินธ์แพดที่มี attack ช้า + เปียโนเสียงออร์แกนิก เป็นการเติมมิติให้กับเพลงโดยเฉพาะช่วงที่ sustain pedal ใช้ - ทำให้เสียงมี “พลังทางอารมณ์” เพิ่มขึ้น
3. เครื่องมือที่ช่วย workflow
พวกเขาแนะนำให้ตั้ง DAW/เทมเพลต ให้เหมือนมีฮาร์ดแวร์จริง: patch ซินธ์ที่ชอบไว้แล้ว, effect send ต่าง ๆ ตั้งไว้ล่วงหน้า - เมื่อเริ่มทำเพลงจะได้โฟกัสที่ “การทำเพลง” ไม่ใช่ “หาเสียง”
อีกคำแนะนำคือ: หา “เครื่องมือแกนหลัก” (core instruments) ที่ใช้งานบ่อยและเข้าใจดี แทนที่จะมีปลั๊กอินเยอะ ๆ แต่ไม่รู้ลึก เช่น พวกเขาใช้ Kontakt สำหรับ textures/pianos/brass, Analog Dreams สำหรับแพด/ลีด, Massive X สำหรับเบส & ลีด, Battery 4 สำหรับทรัมป์
4. สมดุลระหว่าง “เรโทร” กับ “โมเดิร์น”
วิธีที่พวกเขาทำคือ: เริ่มจากเสียงยุคเก่า (70s/80s) เช่น ใช้ Monark แล้วใส่ filter cutoff/resonance/plate reverb/Tube saturation เพื่อให้เสียงมีความอบอุ่นแบบอนาล็อก
จากนั้นเติมความเป็นโมเดิร์น เช่น ชั้นเสียงแพดกว้างจาก Massive X เพื่อเพิ่มมิติซ้าย-ขวา, ชั้นเสียงกลองที่ transient ชัดเจนเพื่อความแม่นยำใน Low end
.
ต้องการเสียงที่ช่วยให้เพลงมีเอกลักษณ์ และคุณภาพที่ยอดเยี่ยมระดับมืออาชีพ ต้อง Komplete 15
.
ดูรายละเอียดต่าง ๆ ของ Komplete 15 ได้ที่
.
**ใครยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิกและรับส่วนลด 5% ไปลงเลยที่ https://www.yeahsiam.com/5-software-club


Comments